เลือก HRIS อย่างไร? 6 กลยุทธ์สำคัญก่อนนำ ระบบ HR มาใช้งานในองค์กร

List of contents

ในยุคที่การบริหารคนต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล HRIS (Human Resources Information System) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนงาน HR จากกระบวนการที่เต็มไปด้วยเอกสารและงาน Manual สู่การบริหารจัดการที่รวดเร็ว เป็นระบบ และวัดผลได้มากขึ้น แต่การเลือก HRIS ให้ตอบโจทย์องค์กรไม่ได้จบเพียงแค่การเลือก HR Software ที่มีฟีเจอร์ครบ เพราะต้องพิจารณาทั้ง เป้าหมายธุรกิจ Pain Point การเชื่อมต่อระบบ และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน 

บทความนี้จะพาไปดู 6 กลยุทธ์สำคัญในการเลือก HRIS เพื่อให้องค์กรเลือกระบบได้อย่างคุ้มค่าและพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว


ทำไมการเลือก HRIS จึงสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร?

การเลือก HRIS ที่เหมาะสมเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารคนด้วยข้อมูลและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเลือกระบบ HRIS มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร ดังนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ HR ระบบที่เหมาะสมช่วยลดงานเอกสารและทำงานซ้ำ ๆ ด้วย Automation ทำให้ HR มีเวลามุ่งเน้นงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
  • ยกระดับ Employee Experience พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลเงินเดือน วันลา สวัสดิการ และส่งคำขอต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ช่วยสร้างประสบการณ์การทำงานที่สะดวกและโปร่งใส
  • สนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูล HRIS ช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านบุคลากร เช่น Turnover, Performance และ Training ทำให้ผู้บริหารวางแผนด้านคนได้แม่นยำขึ้น
  • รองรับการเติบโตขององค์กร HRIS สามารถรองรับจำนวนพนักงานและกระบวนการที่ซับซ้อนขึ้นได้ ช่วยให้องค์กรขยายธุรกิจโดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบบ่อยครั้ง
  • เชื่อมต่อการทำงานระหว่างระบบ การเลือก HRIS ที่ Integrate กับ Payroll, Accounting หรือระบบ Talent อื่น ๆ ช่วยให้ข้อมูลไหลต่อเนื่อง ลดการทำงานซ้ำและเพิ่มประสิทธิภาพทั้งองค์กร
  • เปลี่ยน HR จากงานธุรการสู่ Strategic Partner เมื่อระบบช่วยจัดการงานและข้อมูลสำคัญได้ HR จึงสามารถนำข้อมูลไปวางกลยุทธ์พัฒนาบุคลากรและสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจได้มากขึ้น

6 กลยุทธ์สำคัญในการเลือก HRIS

การเลือก HRIS ควรเลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร กระบวนการ HR และการใช้งานจริงของพนักงาน เพื่อให้ระบบสร้างคุณค่าได้ในระยะยาว โดยกลยุทธ์สำคัญในการเลือกใช้ระบบ HRIS มีดังนี้

1. วิเคราะห์ Business Goals และ HR Strategy ก่อนเลือก HRIS

เริ่มจากการวิเคราะห์ทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์ HR Analytics ว่าองค์กรกำลังมุ่งไปในทิศทางใด เช่น การขยายทีม การพัฒนาทักษะ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคน จากนั้นเลือก HRIS ที่มีฟังก์ชันรองรับเป้าหมายเหล่านั้น เช่น Smarter Recruitment Platform, ระบบ LMS และ Performance Management เพื่อให้ระบบเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร

2. วิเคราะห์ Pain Point ของกระบวนการ HR

สำรวจปัญหาและอุปสรรคที่ HR พนักงาน และผู้จัดการพบจากการทำงานจริง เช่น งานเอกสารซ้ำซ้อน ข้อมูลกระจัดกระจาย หรือกระบวนการอนุมัติที่ล่าช้า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรกำหนดได้ว่า HRIS ควรมีฟังก์ชันใดเป็น Must-have และสามารถนำระบบมาแก้ Pain Point ได้ตรงจุด

3. กำหนดความต้องการของระบบ HRIS ให้ชัดเจน

จัดทำรายการตรวจสอบความต้องการ (Requirements Checklist) เพื่อกำหนดความต้องการขององค์กรอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านฟังก์ชัน ค่าใช้จ่าย Customer Support ความปลอดภัย และความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการ การมีเกณฑ์ที่ชัดเจนช่วยให้สามารถเปรียบเทียบ HRIS แต่ละระบบได้อย่างเป็นกลาง ลดความเสี่ยงจากการเลือกระบบที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

4. ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อ HRIS กับระบบอื่น

ตรวจสอบว่า HRIS สามารถเชื่อมต่อกับระบบ HR ที่องค์กรใช้งานอยู่แล้วได้หรือไม่ เช่น ระบบ Payroll, Accounting, ERP และ Time Attendance การ Integration ที่ราบรื่นช่วยให้ข้อมูลเชื่อมโยงกัน ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ และทำให้กระบวนการ HR ทำงานต่อเนื่องมากขึ้น

5. เลือก HRIS ที่รองรับการเติบโตขององค์กร

ควรพิจารณาว่า HRIS สามารถรองรับจำนวนพนักงาน กระบวนการทำงาน และโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคตได้หรือไม่ โดยเฉพาะองค์กรที่มีแผนขยายธุรกิจ ควรเลือกระบบที่มีความยืดหยุ่นและสามารถเพิ่มฟังก์ชันหรือรองรับการดำเนินงานในหลายพื้นที่ได้

6. ประเมินประสบการณ์การใช้งานและการยอมรับของพนักงาน

HRIS ที่มีฟังก์ชันครบแต่ใช้งานยาก อาจทำให้พนักงานไม่ยอมรับและลดประสิทธิภาพของการนำระบบมาใช้จริง จึงควรทดลอง Demo และให้ HR รวมถึงพนักงานที่เกี่ยวข้องได้ทดสอบระบบ เพื่อประเมินความง่ายในการใช้งานและโอกาสที่ผู้ใช้จะ Adopt ระบบได้ในระยะยาว


คุณสมบัติและขีดความสามารถหลักของระบบ HRIS

ระบบ HRIS บริหารจัดการและทำให้กระบวนการ HR เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่งานธุรการ การดูแลพนักงาน ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ โดยคุณสมบัติหลักของ HRIS มีดังนี้

  • จัดเก็บและบริหารข้อมูลพนักงานแบบรวมศูนย์ รวบรวมข้อมูลสำคัญของพนักงานไว้ในระบบเดียว เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล ประวัติการทำงาน เงินเดือน วันลา และข้อมูลการฝึกอบรม ช่วยให้ HR เข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความถูกต้องในการจัดการข้อมูล
  • สนับสนุนการสรรหาและ Onboarding ระบบ HRIS ที่มีฟังก์ชันด้าน Recruitment สามารถช่วยจัดการประกาศรับสมัคร ติดตามผู้สมัคร และจัดเก็บข้อมูลผู้สมัคร ขณะที่กระบวนการ Onboarding สามารถจัดการเอกสาร และรายการงานที่พนักงานใหม่อย่างเป็นระบบ
  • รายงานและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real Time HR สามารถดูข้อมูลของบุคลากรผ่าน Dashboard และ Reports เช่น อัตราการลาออก การขาดงาน โครงสร้างบุคลากร และผลลัพธ์ด้านการฝึกอบรม เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และใช้ประกอบการวางแผนกำลังคนและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • Employee Self-Service (ESS) เปิดให้พนักงานจัดการข้อมูลและทำรายการ HR ได้ด้วยตนเอง เช่น ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว ดูสลิปเงินเดือน ขอวันลา ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ และอ่านนโยบายต่าง ๆ ช่วยลดภาระงานของ HR และสร้างประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น
  • บริหารเวลาและการเข้างาน รองรับการจัดการ Time & Attendance รวมถึงข้อมูลการทำงาน วันหยุด วันลา และตารางเวลาของพนักงาน สามารถนำข้อมูลเวลาไปเชื่อมโยงกับการคำนวณค่าจ้างและระบบ Payroll เพื่อให้กระบวนการทำงานมีความแม่นยำมากขึ้น
  • รองรับการบริหารสวัสดิการ ช่วยจัดการข้อมูลและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน พร้อมเปิดให้พนักงานตรวจสอบหรือจัดการข้อมูลสวัสดิการบางส่วนผ่านระบบได้ ลดขั้นตอนการทำงานแบบเอกสารและช่วยให้ HR บริหารข้อมูลได้ง่ายขึ้น
  • รองรับการปรับแต่งและการขยายระบบ องค์กรสามารถเลือกปรับแต่ง Forms, Workflows และ Dashboard ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานของตนเอง รวมถึงเลือก HRIS ที่สามารถรองรับจำนวนพนักงานและการขยายธุรกิจในอนาคตได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HRIS 

Q1: HRIS สำคัญต่อการบริหารงาน HR อย่างไร?

A: HRIS ช่วยรวมข้อมูลและกระบวนการ HR ไว้ในระบบเดียว พร้อม Automate งานสำคัญ เช่น Payroll, Time Attendance และการจัดการข้อมูลพนักงาน ช่วยลดภาระงานและเพิ่มความแม่นยำ

Q2: HRIS ช่วยยกระดับ Employee Experience ได้อย่างไร?

HRIS สามารถยกระดับ Employee Experience โดยพนักงานสามารถจัดการข้อมูลส่วนตัว ขอวันลา ดูสลิปเงินเดือน หรือเช็กสิทธิประโยชน์ได้ด้วยตนเองผ่านระบบ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการ HR

Q3: ควรเลือก HRIS ให้เหมาะกับองค์กรอย่างไร?

ควรพิจารณาความสามารถในการรองรับการเติบโต การเชื่อมต่อกับระบบเดิม การรองรับกฎหมายและข้อกำหนด รวมถึงความง่ายในการใช้งานและการฝึกอบรมพนักงาน


สรุป

การเลือก HRIS ที่เหมาะสมควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า องค์กรต้องการแก้ปัญหาอะไร และต้องการให้ HRIS เข้ามาสนับสนุนเป้าหมายใด เมื่อเลือกระบบที่สอดคล้องกับการทำงานจริง HRIS จะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยลดงานเอกสาร แต่สามารถเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารคน ที่ช่วยให้ข้อมูล HR เชื่อมโยงกัน และเปิดโอกาสให้ HR ก้าวจากงานธุรการสู่การเป็น Strategic Partner ขององค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ

หากองค์กรกำลังมองหา HRIS หรือ HR System ที่รองรับการบริหารคนแบบครบวงจร ATHM พร้อมช่วยยกระดับการทำงานตั้งแต่ Workforce & Organization Management, Time Attendance และ Payroll ไปจนถึง Learning & HR Development ผ่านระบบ LMS โดยระบบสามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับนโยบายและกระบวนการของแต่ละองค์กร ช่วยให้การบริหารคนเป็นระบบ เชื่อมโยงข้อมูล และพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว

@import url(‘https://fonts.googleapis.com/css2?family=Prompt:wght@400;500;600&display=swap’); .athm-cta { background: #F9F9F7; border: 0.5px solid #E0E0DC; border-radius: 16px; padding: 2.5rem 2rem; display: flex; align-items: center; justify-content: space-between; gap: 2rem; position: relative; overflow: hidden; box-sizing: border-box; width: 100%; } .athm-cta__deco-1 { position: absolute; right: -40px; top: -40px; width: 200px; height: 200px; border-radius: 50%; background: #FFD000; opacity: 0.07; pointer-events: none; } .athm-cta__deco-2 { position: absolute; right: 60px; bottom: -60px; width: 150px; height: 150px; border-radius: 50%; background: #FFD000; opacity: 0.05; pointer-events: none; } .athm-cta__content { flex: 1; min-width: 0; position: relative; z-index: 1; } .athm-cta__badge { display: inline-block; background: #FFD000; border-radius: 6px; padding: 3px 10px; margin-bottom: 0.75rem; font-size: 11px; font-weight: 600; color: #2D2D2D; letter-spacing: 0.06em; text-transform: uppercase; font-family: ‘Prompt’, sans-serif; } .athm-cta__title { font-size: 20px; font-weight: 600; color: #2D2D2D; margin: 0 0 0.75rem; line-height: 1.4; font-family: ‘Prompt’, sans-serif; } .athm-cta__sub { font-size: 14px; color: #666660; margin: 0; line-height: 1.7; font-family: ‘Prompt’, sans-serif; } .athm-cta__actions { display: flex; flex-direction: column; gap: 0.65rem; flex-shrink: 0; position: relative; z-index: 1; } .athm-cta__btn-primary { display: block; background: #FFD000; color: #2D2D2D; border: none; border-radius: 50px; padding: 0.75rem 1.75rem; font-size: 14px; font-weight: 600; cursor: pointer; white-space: nowrap; text-align: center; text-decoration: none; font-family: ‘Prompt’, sans-serif; transition: opacity 0.15s ease; } .athm-cta__btn-primary:hover { opacity: 0.85; } .athm-cta__btn-secondary { display: block; background: transparent; color: #2D2D2D; border: 1.5px solid #2D2D2D; border-radius: 50px; padding: 0.75rem 1.75rem; font-size: 14px; font-weight: 600; cursor: pointer; white-space: nowrap; text-align: center; text-decoration: none; font-family: ‘Prompt’, sans-serif; transition: background 0.15s ease; } .athm-cta__btn-secondary:hover { background: #F0F0EC; } /* Mobile */ @media (max-width: 600px) { .athm-cta { flex-direction: column; align-items: flex-start; padding: 1.75rem 1.25rem; gap: 1.5rem; } .athm-cta__title { font-size: 18px; } .athm-cta__actions { width: 100%; } .athm-cta__btn-primary, .athm-cta__btn-secondary { text-align: center; width: 100%; box-sizing: border-box; } }
Human Capital Management

พร้อมยกระดับการดูแลสวัสดิการพนักงาน
ในองค์กรของคุณหรือยัง?

ปรึกษาทีม ATHM ได้ฟรี หรือทดลองใช้ระบบก่อนตัดสินใจ — ไม่ต้องผูกมัด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save