งาน HR ในยุคดิจิทัลไม่ได้มีบทบาทแค่ดูแลบุคลากรเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากการเข้ามาของ AI ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการบริหารคน อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ใน งาน HR ไม่ได้มีเพียงข้อดี แต่ยังเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งด้านกลยุทธ์, เทคโนโลยี, ความเสี่ยงข้อมูล และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในองค์กร หากองค์กรไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบ AI อาจกลายเป็นภาระมากกว่าตัวช่วย และกระทบต่อความเชื่อมั่นของพนักงาน
บทความนี้จะพาทุกคนไปเข้าใจถึงความท้าทายของ AI ในงาน HR รวมถึงแนวทางการนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถนำ AI มาปรับใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพการทำงานและพาองค์กรและพนักงานไปสู่เป้าหมายวางไว้
ความท้าทายการใช้ AI ในงาน HR
ในปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการนำ AI เข้ามาใช้ในงาน HR ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและข้อมูลเชิงคาดการณ์ได้จริง แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายหลายด้าน ทั้งเชิงกลยุทธ์, การเลือกใช้เทคโนโลยี, ความเสี่ยงด้านข้อมูล, ทักษะบุคลากร และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในองค์กร หากไม่มีการวางแผนที่รอบด้าน AI อาจกลายเป็นภาระมากกว่าเป็นประโยชน์ และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพนักงาน รวมถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมขององค์กร
โดยความท้าทายในการนำ AI มาใช้ในงาน HR มีความท้าทายในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- เครื่องมือ AI จำนวนมากจน HR สับสนว่าควรเลือกอะไร คุ้มค่าหรือไม่ และสอดคล้องกับปัญหาจริงหรือไม่ การตัดสินใจผิดส่งผลให้เกิดต้นทุนจม และอาจลงทุนในระบบที่ล้าสมัยหรือไม่รองรับการขยายในอนาคต
- อคติในอัลกอริทึม AI เรียนรู้จากข้อมูลเดิม หากข้อมูลมีอคติ เครื่องมือ AI จะขยายอคตินั้นโดยไม่ตั้งใจ เช่น การคัดกรองผู้สมัครหรือการประเมินผลงาน นำไปสู่ผลลัพธ์ไม่เป็นธรรม เสี่ยงต่อการฟ้องร้อง ความเสียหายต่อแบรนด์ และความไม่ไว้วางใจของพนักงาน
- ช่องว่างทักษะ & การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง บุคลากร HR จำนวนมากยังขาดความรู้ด้านดาต้าและ AI ทำให้ใช้ระบบได้ไม่เต็มศักยภาพ ความกลัวถูกแทนที่ด้วย AI ทำให้เกิดแรงต้าน ส่งผลให้การเปลี่ยนผ่านสู่ AI ช้าลง
- ขาดความพร้อมด้าน AI โดยรวมขององค์กร ความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือ แต่ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม, การบริหารความเสี่ยง, นโยบาย, กำลังคน และงบประมาณ หากปัจจัยเหล่านี้ไม่พร้อม AI จะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาด แม้จะลงทุนจำนวนมากก็ตาม
- ข้อมูล, กฎหมาย, จริยธรรม และความเสี่ยงด้านคอมพลายแอนซ์ AI ใน HRต้องจัดการข้อมูลพนักงานที่อ่อนไหว ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมาย PDPA หากใช้ AI โดยไม่มีกรอบจริยธรรมและการคุ้มครองข้อมูลที่ชัดเจน อาจเกิดการละเมิดสิทธิพนักงาน การฟ้องร้อง และความเสียหายทางชื่อเสียง
7 แนวทางการรับมือกับความท้าทายด้าน AI ในงาน HR

การนำ AI มาใช้ในงาน HR แม้ว่าจะเพิ่มความสะดวกสบายและเพิ่มประสิทธิภาพงานมากขึ้น แต่ก็มาพร้อมความท้าทายทั้งเชิงกลยุทธ์ เทคโนโลยี รวมถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในองค์กร ดังนั้น HR จำเป็นต้องมีแผนรับมือที่เป็นระบบด้วยแนวทางสำคัญ 7 ข้อที่ผู้นำ HR ควรเริ่มลงมือ ดังนี้
1. ระบุเป้าหมายการใช้งานที่ชัดเจน
องค์กรไม่ควรนำ AI เข้ามาใช้ในงาน HR เพียงเพราะเป็นกระแส แต่ต้องเริ่มจากการระบุปัญหาหรือกระบวนการที่ AI จะแก้ไขได้จริง เช่น ลดภาระงานซ้ำซ้อน, ใช้ AI ช่วยแนะนำหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะบุคคล หรือคาดการณ์พนักงานที่มีความเสี่ยงลาออก เพื่อให้ AI สร้างคุณค่าที่จับต้องได้ การเริ่มจากโครงการเล็กแล้ววัดผลก่อนขยายไปส่วนอื่น ช่วยลดความเสี่ยงของระบบที่กระจัดกระจาย และทำให้องค์กรสร้างแรงสนับสนุนจากภายในได้อย่างมั่นคง
2. สร้างความพร้อมด้าน AI ให้กับ HR อย่างเป็นระบบ
ความสำเร็จของ AI ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือที่ทันสมัยเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านวัฒนธรรมองค์กร, การกำกับดูแล, ทรัพยากร, ความสามารถ และเป้าหมายขององค์กร โดยเจ้าหน้าที่ HR จะต้องประเมินจุดแข็งขององค์กรในแต่ละด้าน พร้อมกำหนดกรอบจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อการใช้ AI เพื่อให้ผลลัพธ์ของการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างความพร้อมเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องลงทุน พัฒนา และปรับตัว ไม่ใช่โครงการแบบครั้งเดียวจบ
3. ให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลจำเป็นต้องยกระดับความเข้าใจและความชำนาญในการใช้ AI ให้เป็นองค์ประกอบสำคัญของแผนการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้พนักงาน เข้าใจหลักการทำงานของ AI, มองเห็นทั้ง ข้อดีและข้อเสีย และประเมินโซลูชัน AI อย่างมีวิจารณญาณ ก่อนนำมาใช้จริง ผ่านการอบรมรูปแบบต่าง ๆ เช่น เวิร์กชอป, คอร์สออนไลน์ด้าน AI ผ่านระบบ HRD หรือโครงการทำงานร่วมกับแผนกเทคโนโลยี เพื่อช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร
4. ให้มนุษย์อยู่ในวงจรเสมอ
แม้ว่าการนำ AI จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานก็ตาม แต่ทั้งนี้องค์กรควรระวังการนำ AI มาใช้แทนที่การตัดสินใจของมนุษย์ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ เช่น การรับคน, การประเมินพนักงาน หรือการจัดการความขัดแย้ง เพราะถึงแม้ว่า AI จะสามารถช่วยคัดกรองข้อมูลและให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ได้ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายต้องอาศัยความเข้าใจเชิงมนุษย์ ความเห็นอกเห็นใจ และบริบทที่ AI ตรวจจับไม่ได้ ดังนั้นการออกแบบระบบที่ผสมผสานระหว่าง Automated และ Human judgment จึงถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของ HR ที่มีความรับผิดชอบต่อบุคคล
5. กำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม
การใช้ AI ในงาน HR มีความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล และความสอดคล้องกับกฎหมาย PDPA เจ้าหน้าที่ HR ควรกำหนดนโยบายภายในเรื่องการคุ้มครองข้อมูล, ความยุติธรรมของ AI และความโปร่งใสในการใช้งาน พร้อมตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ อาจมีการออกข้อกำหนดจริยธรรม AI และร่วมงานกับทีมกฎหมายช่วยลดความเสี่ยง สร้างความเชื่อมั่นจากพนักงาน และปกป้องชื่อเสียงองค์กร
6. ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างฟังก์ชันต่างๆ
บทบาทหน้าที่ของ AI ในงาน HR ต้องอาศัยความร่วมมือกับหลายฝ่าย เช่น IT, ฝ่ายกฎหมายl และหน่วยธุรกิจ เพื่อให้ระบบทำงานเข้ากับสถาปัตยกรรมดิจิทัลขององค์กรทั้งระบบ การทำงานแบบแยกส่วนทำให้เกิดข้อมูลไม่ต่อเนื่องและการใช้เครื่องมือที่ไม่สอดคล้องกัน การสร้างเวิร์กโฟลว์ร่วมจึงสำคัญต่อทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย ความร่วมมือนี้ยังช่วยเร่งการปรับตัวต่อ AI ในระดับองค์กร และเพิ่มความสำเร็จของการลงทุนด้านเทคโนโลยีในภาพรวม
7. ให้ความสำคัญกับคุณภาพข้อมูลและการกำกับดูแล
AI จะสามารถทำงานได้ดีเท่ากับคุณภาพของข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ดังนั้น HR ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความครบถ้วน ความเป็นปัจจุบัน และความเป็นกลางของข้อมูล โครงสร้างการจัดเก็บข้อมูล, มีการตรวจสอบข้อมูลซ้ำ และการใช้ชุดข้อมูลที่หลากหลาย เมื่อข้อมูลมีมาตรฐานที่ดี AI จะสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจที่เป็นธรรมและแม่นยำต่อบุคลากร
สรุป
แม้การผสาน AI เข้ากับ งาน HR จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานซ้ำซ้อน และสร้างข้อมูลเชิงคาดการณ์ที่แม่นยำ แต่การใช้งานจริงกลับมาพร้อมความท้าทายหลายด้าน เช่น การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์, การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม, ความเสี่ยงจากอคติในอัลกอริทึม และช่องว่างความรู้ด้าน AI ของบุคลากร HR รวมถึงกฎหมาย PDPA ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด
สำหรับองค์กรไหนที่ต้องการนำ AI และเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในองค์กร เพื่อให้การทำงานเกิดความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ขอแนะนำ ATHM โซลูชันสำหรับงาน HR แบบครบวงจร เพื่อยกระดับการทำงานของ HR ไม่ว่าจะเป็น Smarter Recruitment Platform รวมถึงระบบ Core HR Management สำหรับจัดการข้อมูลสารสนเทศพนักงาน และ LMS สำหรับพัฒนาบุคลากร ที่พร้อมรองรับทุกความต้องการด้านงานบริหารทรัพยากรบุคคล


